ระบบสาระสนเทศเพื่อการจัดการ

ระบบสาระสนเทศเพื่อการจัดการ
มาลองดูกัน ระบบสาระสนเทศเพื่อการจัดการ

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Wal-mart

ประวัติความเป็นมาของ Wal-mart

Wal-mart ได้เริ่มเปิดตัวในปี 1962 โดย Sam Walton ดำเนินกิจกรรมภายใต้ชื่อ War-mart และ Sam’s club เป็นร้านค้า discount store ร้านขายของราคาประหยัดมีจำนวนสาขามากถึง 3406 แห่ง และ Super center เมื่อตรวจตราการเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและทำกำไรสูงและมีการพัฒนาสินค้าจำนวนมาก ยกระดับให้บริการ โดยให้ระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในองค์การและพัฒนาด้านทีมงานบริหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รับประกันความพอใจให้กับลูกค้าและถือนโยบายด้านการตลาดคำวิจารณ์มีสะท้อนกลับต่อความคิด และเริ่มนโยบายการตลาดใหม่ เช่นการทักทายกับผู้บริโภค การตกแต่งร้านค้าให้ดูอบอุ่น รวมทั้งการให้บรรจุภัณฑ์ ที่มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ได้แสดงให้เห็นถึงตัวอย่างอันปราณีตงดงามและทันสมัยในการจัดการด้านปฏิบัติงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งผลสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ Wal-mart เป็นกิจการการที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของ Fortune หลายหนและได้รับเลือกเป็น Retailer of the Decade จาก Discount Store News
จากการดำเนินธุรกิจในกลยุทธ์ระดับบริษัทขนาดใหญ่ (Conglomerate หรือ Corporate) ของ War-mart ซึ่งเป็น
เป็นธุรกิจประเภท
ธุรกิจแบบร้านค้าปลีก,Discount Store และ Super Center ขายของประหยัดมีหลายสาขาและมีอัตราการเจริญเติบโตมียอดจำหน่าย ผลกำไรสูงสุดและใหญ่ที่สุดในอเมริกา จากการวิเคราะห์ กลยุทธ์ Corporate ของ War-mart ประกอบไปด้วย

กลยุทธ์หลัก (Grand Strategies) ของ Wal-mart
Wal-mart มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีจำนวนสาขามากถึง 3406 ภายใต้ชื่อ Sam’s Club 483 แห่ง และ Super Center 502 แห่ง และมียอดการจำหน่ายสินค้าสูงถึง 125 พันล้านเหรียญในปี 2000 มีการขยายตลาดไปรอบๆครอบคลุมตลาดและพยายามแย่งชิงตลาดจากคู่แข่งขันให้ได้มากที่สุด เป็นการขยายตัวแบบไปข้างหน้าและจะขยายตัวไปเรื่อยๆไม่หยุดลง เมื่อวิเคราะห์จากสภาวะแวดล้อมของ War-mart แล้วจะพบว่าวัฎจักรของธุรกิจอยู่ในระยะรุ่งเรือง
- การเจริญเติบโต (Corporate Growth Strategies)
- การทุ่มตลาดของ War-mart มีฝ่ายบริหารงานบุคคลที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงและเป็นฝ่ายที่สำคัญสุดของบริษัท และมีระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสัยเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานและควบคุมระบบหมุนเวียนของสินค้า ใช้ Scanning bar code เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการ Check Out ของลูกค้า ทำให้บริษัทเจริญเติบโตรวดเร็วสร้างผลกำไรเป็นอย่างมาก
- การขยายตัวของ War-mart เป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อดูจากการขยายสาขาในปัจจุบันมีอัตราเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มจะขยายต่อไปอีกในอนาคตข้างหน้า มีการเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้าที่ทำกำไรให้อย่างมากเป็นอัตราการเจริญเติบโตในแนวนอน/แนวราบ ดูจากการซื้อกิจการของคู่แข่งขันที่ใหญ่ที่สุด Sam’s wholesale clubs และทำให้คู่แข่งขันทางการค้าได้ปิดตัวลงเมื่อ War-mart เข้าไปเปิดตัวเป็นการลดอุปสรรคในการแข่งขันทางการตลาดลง
กลยุทธ์การวางตำแหน่งของหน่วยธุรกิจในพอร์ต (Corporate Portfolio)
จากการวิเคราะห์ทางการแข่งขันใช้สมมุติฐานในเทคนิค BCG MATRIX เมื่อดูด้านส่วนแบ่งทางการตลาดแล้ว War-mart
Sub 1 การเจริญเติบโต (Growth Concentration) มุ่งเน้น
- การเจาะตลาดเดิม (Market Penetration)
- การขยายสู่ตลาดใหม่ (Market Development)
Sub 2 ความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage)
- ต่อรองกับ Supplier ให้ได้สินค้าราคาต่ำสุดและได้ส่วนลดมากที่สุด
- เพิ่มประสิทธิภาพของเทคโนโลยี IT ที่ทันสมัย
- มีกระแสเงินสดหมุนเวียนและสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่งจากโครงสร้างการเงินตั้งแต่ปี 1991-2001 มีจุดแข็งของระดับทรัพย์สิน/หนี้สิน
Sub 3 การตลาด (Marketing)
- มีศูนย์กระจายสินค้าทันสมัยรวดเร็วและมีสาขาครอบคลุมพื้นที่
- ราคาถูกสินค้าคุณภาพดี,สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
- เป็นผู้นำทางการตลาดจากยอดขายที่สูงกว่าคู่แข่งขันอย่าง Kmart และ Sears (ดูในปี 1993 มียอดขายมากกว่า Kmart 1.97 % และมากกว่า Sears 2.27% และเปรียบเทียบระหว่างปี 1992-1933 ยอดขายของ wal-mart เพิ่มขึ้น 21.37%, Kmart เพิ่มขึ้น 10% ส่วน Sears ลดลง –7.49%
ความได้เปรียบทางการแข่งขันของ Wal-mart
ส่วนแบ่งตลาดเปรียบเทียบคู่แข่งขันดังนั้นเมื่อพิจารณาผลการดำเนินการแล้วธุรกิจของ War-mart นั้นอยู่ในขั้น ดาว (STARS) เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันแล้ว Wal-mart จะอยู่ในจุดที่เด่นและได้เปรียบกว่าคู่แข่งขันอื่นๆ
สรุปกลยุทธ์ Corporate ของ War-mart มีความเหมะสมอยู่แล้วเมื่อดูจากอัตราการเจริญเติบโตสูง และอนาคตดีและมีโอกาลนำรายได้สู่องค์การได้มากในระยะยาว
การวิเคราะห์ตำแหน่งสภาวะแวดล้อมทางการแข่งขัน ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของ Wal-mart ซึ่งเป็นองค์การที่มีหน่วยงานธุรกิจที่เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ สามารถประเมินสภาวะแวดล้อมในการแข่งขัน ที่ประกอบด้วยปัจจัยในกลุ่มอุตสาหกรรมจะมีผลกระทบต่อธุรกิจโดยตรง และทันทีทันใดการวิเคราะห์สภาพการแข่งขันที่เรียกว่า โมเดลแรงผลักดัน 5 ประการจากการแข่งขันในอุตสาหกรรม” (FIVE FORCES MODEL) ของ Michael E.Porter สามารถสรุปได้ดังนี้
อุปสรรคจากคู่แข่งขันเข้ามาใหม่ในตลาด ผู้แข่งขันจะเข้ามาได้ยากเพราะและต้องใช้เงินลงทุนสูง และ Wal-mart ได้สร้างชื่อและเป็นที่รู้จักดีของลูกค้าว่าบริการดีสินค้าถูกและประกันคุณภาพ และขยายสาขาไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อ ลูกค้าจะมีอำนาจการต่อรองสูง เนื่องจากธุรกิจประเภทร้านค้าปลีกและ discount store มีจำนวนมากให้เลือกใช้บริการได้ แต่ War-mart ได้รับความเชื่อถือและความนิยมค่อนข้างสูง แรงผลักอันนี้ถือว่าเป็น Weak Force
อุปสรรคจากผลิตภัณฑ์ที่ทดแทนกัน รูปแบบร้านค้าที่สามารถเข้ามาทดแทนได้ คือ ร้านค้าประเภท เซเว่น มินิมาร์ท เปิดบริการทุกตรอก ซอกซอย ให้บริการ 24 ชม. แต่ในส่วนนี้ยังไม่น่าห่วงมาก เพราะลูกค้าซื้อของกับ เซเว่นหรือมินิมาร์ท จะเข้าจับจ่ายเฉพาะของที่ไม่มีเวลาไปหาซื้อหรือของที่จำเป็นเล็กน้อย เพราะสินค้าบางประเภทจะหาไม่ได้ในร้านค้าประเภทนี้และราคาก็ค่อนข้างแพงกว่าด้วย
อำนาจการต่อรองของผู้ขายปัจจัยการผลิต ผู้ขายไม่มีอำนาจในการต่อรอง เนื่องจากสินค้าประเภทนี้จะมีสินค้าจำนวนมากมาย และแต่ละรายการของสินค้าจะมีหลาย Brand-name ให้เลือกใช้
การเพิ่มของการแข่งขันระหว่างธุรกิจที่มีความรุนแรงมากขึ้น จำนวนคู่แข่งขันมีมากและคู่แข่งขันรายใหญ่ที่แข็งแกร่ง แต่มีจุดอ่อนทางด้านราคาสินค้าและการให้บริการ ไม่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ จึงเป็นช่องทางที่ทำให้ Wal-mart ได้รับความจงรักภักดีค่อนข้างสูง
ปัจจัยสู่ความสำเร็จ (KEY SUCEESS FACTORS)
ความสามารถในการดำเนินการ
- มีระบบคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ
- มีศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติ
- มีสาขาครอบคลุมพื้นที่
- มีระบบดาวเทียมในการสื่อสารที่รวดเร็ว
ทางการตลาด
- ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ
- ราคาถูกคุณภาพสินค้าดี
- บริการดี
ทรัพยากรมนุษย์
- พนักงานพึงพอใจในการทำงาน
- พนักงานมีความสามารถ TEAM WORK
ด้านบริหารงาน
- ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์เป็นผู้นำมีความสามารถ
- มีการกระจายอำนาจผู้จัดการสาขา
- มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อ Supplier เพื่อการวางแผนการดำเนินการร่วมกัน
จากการวิเคราะห์คู่แข่งขันมีข้อดีและข้อเสียดังนี้
ข้อดี
- สินค้ามีราคาถูกกว่าคู่แข่งขันและสามารถทำกำไรได้มากกว่ามาตลอด และสนองตอบความต้องการของลูกค้า ทำให้ลูกค้าประทับใจและจงรักภักดี ทำให้คู่แข่งขันรายใหม่เข้ามาในตลาดยากพอสมควร
- มีระบบคอมพิวเตอร์และดาวเทียมเข้ามาใช้เพื่อความรวดเร็ว สนองตอบความต้องการลูกค้า
- การขยายสาขามากขึ้นทำให้ครองตลาดในการแข่งขัน
ข้อเสีย
- เสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับคู่แข่งขันขนาดเล็กและไม่สามารถเรียกกลับคืนได้

โดย คุณ สมหมาย สนเทศ
นางสาววรรรณดี สองศรี การจัดการ 3/2 เลขที่ 1

ความแตกต่างของคลื่นลูกที่ 1,2,3 และ 4

ความแตกต่างของคลื่นลูกที่ 1,2,3 และ 4
ช่วงที่หนึ่ง (คลื่นลูกที่หนึ่ง)  เป็นอารยธรรมที่มาพร้อมกับสังคมเกษตรกรรม มนุษย์มีการทำเกษตรและอยู่รวมกันเป็นชุมชน เป็นผู้ผลิตและบริโภคผลผลิตของตน
ช่วงที่สอง (คลื่นลูกที่สอง)  เป็นอารยธรรมอุตสาหกรรม มนุษย์ได้นำพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย มีการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม  มีตลาดเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่างๆ จากที่มนุษย์เคยอยู่รวมกันเป็นสังคมใหญ่ๆ ก็เกิดการโยกย้ายไปทำงานในตัวเมือง
ช่วงที่สาม (คลื่นลูกที่สาม)  เป็นอารยธรรมเทคโนโลยีชั้นสูง มีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในหารสร้างสิ่งต่างๆ มากมาย แต่จะแตกต่างจากคลื่นลูกที่สองคือ พลังงานและทรัพยากรที่ใช้สามารถสร้างขึ้นทดแทนได้
หากคลื่อนลูกที่ 3 ของ Alvin Toffler คือ การปฏิวัติข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ โดยมีเทคโนโลยีด้านสารสนเทศและการสื่อสารเป็นหัวขบวนแล้วอะไรคือคลื่นลูกที่สี่ ? ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตดังนี้

1.
ช่วงระหว่างยุคก่อนประวัติศาสตร์กับคลื่นลูกที่หนึ่งใช้วเวลาหลายหมื่นปีและจากคลื่นลูกที่หนึ่งมาคลื่นลูกที่สองใช้เวลาประมาณ 5 พันปีแต่ระยะห่างระหว่างคลื่นลูกที่ 2 กับคลื่นลูกที่ 3 กลับใช้เวลาเพียงสองร้อยกว่าปี

2.
คลื่นแต่ละลูกเชี่ยมโยงกันอย่างเป็นระบบ ยกตัวอย่างทักษะการล่าสัตว์และการเก็บผักผลไม้ตามป่าทำให้มนุษย์มีองค์ความรู้การเกษตร (คลื่อนลูกที่หนึ่ง) และเมื่อผลผลิตการเกษตรมีมากขึ้นอุตสาหกรรมแปรรูปจึงเกิดขึ้น (คลื่นลูกที่สอง)
เมื่อเกิดความหลากหลายในรูปแบบของตัวผลิตภัณฑ์มนุษย์จึงมีความจำเป็นที่ต้องบริหารจัดการข่าวสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น มนุษย์จึงมีความจำเป็นที่ต้องบริหารจัดการข่าวสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น (คลื่นลูกที่สาม) และเมื่อข้อมูลข่าวสารถูกเผยแพร่สู่สายตาของสารธารณะอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นคือ การแตกแขนงของปัญญา ที่เกิดขึ้นในทุกส่วนของภูมิภาค

Maynard
และ Mehrtens ได้ตั้งข้อสังเกตถึงปรากฏการณ์ทางสังคมที่
กำลังเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศที่หนึ่งว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นลูกที่สี่เช่น

1.
ยกเลิกเทคโนโลยีต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรมอันเป็นผลพวงจากคลื่นลูกที่สองและคลื่นลูกที่สาม
2.
การเสื่อมถอยของสังคมมนุษย์อันเนื่องมาจากพัฒนาเทคโนโลยีที่ปราศจากศีลธรรม
3.
ได้เกิดขบวนการติดต่อสื่อสารที่ไร้พรมแดน
4.
ปรากฏการสังคมใหม่ในโลกของระบบคอมพิวเตอร์เสมือนจริง
5.
ความคล่องตัวและง่ายในการกระจายข้อมูลข่าวสารแบบไร้พรมแดนอย่างรวดเร็ว
6.
มีการนำเอาแนววามคิดในเชิงปรัชญากลับมาเป็นส่วนหนึ่งของวิชาบังคับในสถานศึกษา
7.
การอุบัติขึ้นของความคิดที่หลากหลายและยอมรับฟัง นำมาต่อยอด
8.
ความต้องการองค์กรแห่งการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นและเสาะหาได้ในราคาถูกและง่ายดาย
9.
การลิดรอนอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศโดยกระแสท้องถิ่นนิยม
หากมองดูเหตุการณ์โลกในช่วงที่ผ่านมายืนยันชัดเจนว่าคลื่นลูกที่สี่กำลังก่อตัวขึ้นแล้วทั้งในสังคมโลกและสังคมไทย
ดร. ศิวัช พงษ์เพียจันทร์  จาก http://www.learners.in.th/blog/nong-rmutp3/450910
นางสาววรรรดี สองศรี การจัดการ 3/2 เลขที่ 1

google ใช้การสืบค้นฐานข้อมูลวิธืใด โปรแกรมอะไร

การค้นคว้าด้วยการใช้ Search Engine
การใช้งานงานอินเทอร์เน็ตที่นิยมใช้กันอย่างมาก จะได้แก่การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อหาความรู้ แต่การเข้าเยี่ยมชมนั้น ในกรณีที่เรารู้ว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีชื่อว่าอะไร เนื้อหาของเว็บ มุ่งเน้นเกี่ยวกับสิ่งใด เราสาสามารถที่จะเข้าเยี่ยมชมได้ทันที่ แต่ในกรณีที่เราไม่ทราบชื่อเว็บเหล่านั้น แต่เรามีความต้องการที่จะค้นหาเนื้อหาบางอย่าง มีวิธีการจะเข้าสืบค้นข้อมูลได้ โดยการใช้ความสามารถของ Search Engine
Search Engine จะมีหน้าที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ต่างๆ เอาไว้ โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ ผู้ใช้งานเพียงแต่ทราบหัวข้อที่ต้องการค้นหาแล้วป้อน คำหรือข้อความของหัวข้อนั้นๆ ลงไปในช่องที่กำหนด คลิกปุ่มค้นหา เท่านั้น ข้อมูลอย่างย่อๆ และรายชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องจะปรากฏให้เราเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ทันที
Search Engine แต่ละแห่งมีวิธีการและการจัดเก็บฐานข้อมูลที่แตกต่างกันไปตามประเภทของ Search Engine ที่แต่ละเว็บไซต์นำมาใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ดังนั้นการที่จะเข้าไปหาข้อโดยวิธีการ Search นั้น อย่างน้อยเราจะต้องทราบว่า เว็บไซต์ที่จะเข้าไปใช้บริการ ใช้วิธีการหรือ ประเภทของ Search Engine อะไร เนื่องจากแต่ละประเภทมีความละเอียดในการจัดเก็บข้อมูลต่างกันไป
ประเภทของ Search Engine
1. Keyword Index
2. Subject Directories
3. Metasearch Engines
               Keyword Index เป็นการค้นหาข้อมูล โดยการค้นจากข้อความในเว็บเพจที่ได้ผ่านการสำรวจมาแล้ว จะอ่านข้อความ ข้อมูล ประมาณ 200-300 ตัวอักษรแรกของเว็บเพจ วิธีการค้นหาของ Search Engine ประเภทนี้จะให้ความสำคัญกับการเรียงลำดับข้อมูลก่อนหลัง  การค้นหาข้อมูล โดยวิธีการเช่นนี้จะมีความรวดเร็วมาก แต่มีความละเอียดในการจัดแยกหมวดหมู่ของข้อมูลค่อนข้างน้อย เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงรายละเอียดของเนื้อหาเท่าที่ควร แต่ถ้าต้องการแนวทางด้านกว้างของข้อมูล การค้นหาแบบนี้จะเหมาะสมที่สุด เว็บที่ให้บริการ Search Engine แบบ Keyword Index ได้แก่เว็บ
http://www.google.com/                  http://www.altavista.com/
Subject Directories การจำแนกหมวดหมู่ข้อมูล Search Engine ประเภทนี้ จะจัดแบ่งโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ของแต่ละเว็บเพจ ว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร โดยการจัดแบ่งแบบนี้จะใช้คนพิจารณาเว็บเพจ แต่ละเว็บ แล้วทำการจัดหมวดหมู่ โดยจะขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของคนจัดหมวดหมู่แต่ละคนว่าจะจัดเก็บข้อมูลนั้นๆ อยู่ในกลุ่มของอะไร ดังนั้นฐานข้อมูลของ Search Engine ประเภทนี้จะถูกจัดแบ่งตามเนื้อหาก่อน แล้วจึงนำมาเป็นฐานข้อมูลในการค้นหาต่อไป
http://www.thaiwebhunter.com/           http://www.sanook.com
Metasearch Engines จะเป็น Search Engine ที่ใช้ในการค้นหาเว็บ ด้วยตัวของ Search Engine แบบ Metasearch Engines เองแล้ว แต่ที่เด่นกว่านั้นคือ Search Engine แบบ Metasearch Engines จะยังสามารถเชื่อมโยงไปยัง Search Engine ประเภทอื่นๆ เพื่อเรียกดูข้อมูลที่ Search Engine อื่นๆ ค้นพบ โดยสังเกตได้จากจะมีคำว่า [Found on Google, Yahoo!] ต่อทางด้านท้าย นั้นก็หมายความว่าการค้นหาข้อความนั้นๆ มาการเชื่อมโดยไปค้นข้อมูลจาก เว็บ Google และ Yahoo
แต่การค้นหาด้วยวิธีนี้มีจุดด้อย คือ วิธีการนี้จะไม่ให้ความสำคัญกับขนาดเล็กใหญ่ของตัวอักษรและมักจะไม่ค้นหาคำประเภท Natural Language (ภาษาพูด) และที่สำคัญ Search Engine แบบ Metasearch Engines ส่วนมากไม่รองรับภาษาไทย
http://www.dogpile.com                 http://www.kartoo.com/
จัดทำโดยครูนิตยา  ชูเอียด
http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/nakhonsithamrat/nittaya_c/meaow2/page04_2.htm
นางสาววรรรดี สองศรี การจัดการ 3/2 เลขที่ 1

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ตอบแบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3
ตอบ 1. ใช้ เพราะแนวคิดเชิงระบบในการใช้แก้ปัญหานั้น เป็นแนวคิดที่สามารถนำไปแก้ปัญหาได้ทุกทางของปัญหา และเป็นกระบวนการที่เป็นระบบในการจัดลำดับความคิดมากขึ้น
2. เป็นการพัฒนาการที่รวดเร็วและเป็นการทดสอบการทำงานของแบบจำลองหรือต้นแบบของระบบงานใหม่ ในการโต้ตอบและกระบวนการทำซ้ำประโยคคำสั่งในโปรแกรม เรียก การรวนรอบ
3. การสร้างต้นแบบสามารถใช้ได้ทั้งกับระบบงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ระบบงานขนาดใหญ่มีความต้องการในการใช้การพัฒนาจากระบบแบบเดิม ต้นแบบของระบบงานด้านธุรกิจที่เกิดความต้องการจากผู้ใช้นั้นจะช่วยให้การพัฒนาดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำซ้ำหรือปรับแต่งในส่วนของรายละเอียดจนผู้ใช้ให้การยอมรับ การทำต้นแบบขึ้นอยู่กับกระบวนการพัฒนาระบบสำหรับการใช้งานด้านธุรกิจ

4.

หลักเกณฑ์
น้ำหนัก
ทางเลือกที่ 1
คะแนน
ทางเลือกที่ 2
คะแนน
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
20
1,000,000 บาท
12
200,000 บาท
20
ค่าใช้จ่ายในการเดินเนินงาน
30
100,000 บาท
25
300,000 บาท
18
สะดวกต่อการใช้งาน
20
ดี
16
พอใช้
12
ความถูกต้อง
20
ดีเยี่ยม
20
พอใช้
8
ความน่าเชื่อถือ
10
ดีเยี่ยม
10
ดีเยี่ยม
10
รวม
100

83

68

    เลือกทางเลือกที่ 1 เพราะว่าง่ายต่อการใช้งานดี มีความถูกต้องดีเยี่ยม และความถูกต้องดีเยี่ยม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีถึงค่าใช้จ่ายเริ่มต้นจะสูงก็ตามแต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อปีน้อยกว่าทางเลือกที่ 2
5. มีซอฟต์แวร์ประมวลคำ ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์นำเสนอ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล เป็นซอฟต์แวร์สำเร็จ เป็นต้น ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้กับงานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ปัจจุบันมีผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานทางด้านต่าง ๆ ออกจำหน่ายมาก การประยุกต์งานคอมพิวเตอร์จึงกว้างขวางและแพร่หลาย (man@dmin.(2554))
6. เพราะการใช้ I-CASE สามารถใช้ช่วยการพัฒนาระบบทุกส่วนของเคสทูล ช่วยสนับสนุน JAD ซึ่งกลุ่มของนักวิเคราะห์ระบบโปรแกรมเมอร์และผู้ใช้ สามารถใช้งานร่วมกันใยการออกแบบระบบงานใหม่ได้อย่างดี
อ้างอิงข้อ 5
man@dmin.(2554).ค้นข้อมูลวันที่ 3 กรกฎาคม 2554. จาก http://www.navy34.com/index.php/com-software/248--application-software
นางสาววรรณดี สองศรี สาขา การจัดการ 3/2 เลขที่ 1

ตอบคำถามกรณีศึกษาบทที่ 3

กรณีศึกษา ทที่ 3
กรณีศึกษาจริง
Camelot Music: แก้ไขปัญหาทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสาระสนเทศ
ตอบคำถามกรณีศึกษา
 1. การใช้แนวคิดเชิงระบบ ได้ช่วยให้บริษัทแก้ปัญหาทางธุรกิจได้ คือ ช่วยในเรื่องของการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาเป็นการคิดที่เป็นระบบและช่วยพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาการที่ดี
2. เห็นด้วย เพราะการแก้ไขปัญหาของบริษัททำไปแล้วประสบผลสำเร็จ จากการปรับปรุงตัวเองที่เหนือกว่าคู่แข่ง ทำให้มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นด้วย
3. อยากให้บริษัท มีการขาย CD ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางในการซื้อของลูกค้าไม่ใช่เพียงแค่ไปซื้อที่ร้านเท่านั้น
กรณีศึกษาจริง
Millipore Corporation: วิเคราะห์ความต้องการเว็บไซท์
ตอบคำถามกรณีศึกษา
 1. บริษัทได้ทำการสำรวจออนไลน์ ว่าผู้ใช้ต้องการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์และต้องการตรวจสอบว่ามีสินค้าที่ต้องการหรือไม่
2. เรารู้แค่ว่าลูกค้าทำอะไรอยู่ แต่ไม่สามารถเห็นได้ว่าเขายิ้มหรือรู้สึกอย่างไร
3. เห็นด้วย เพราะผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าที่สั่งซื้อนั้น ได้จัดส่งแล้วและมีการกระตุ้นให้ตอบแบบสอบถาม ทำให้ได้ข้อมูลจากลูกค้าที่มาใช้บริการ
นางสาววรรณดี สองศรี สาขา การจัดการ 3/2 เลขที่ 1

ตอบคำถามกรณีศึกษาบทที่ 2

กรณีศึกษา ทที่ 2
กรณีศึกษาจริง
American Management System: ผลประโยชน์ทางธุรกิจของการจัดการองค์ความรู้
ตอบคำถามกรณีศึกษา
1.             ทรัพยากรบุคคล ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูลและเครือขาย สิ่งที่สนับสนุน ข้อมูลเข้า การประมวลผลข้อมูลออก จัดเก็บและกิจกรรมควบคุม
2.             AMS มีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญอยู่มาก จึงสร้างขณะทำงานศูนย์ความรู้ เพื่อกระตุ้นให้ที่ปรึกษาเพิ่มในหัวข้อ การให้คำแนะนำการปฏิบัติการงานที่ดีอย่างน้อยหนึ่งโครงการต่อปี
3.             ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหลากหลาย เพื่อช่วยพนักงานขององค์การที่มีความรู้ทางธุรกิจในรูปของอินทราเน็ตเว็บไซน์ ในหัวข้อการปฏิบัติการที่ดีได้รับการพัฒนาดีขึ้น จากประสบการณ์ทางธุรกิจของพนักงานและเก็บบันทึกไว้ในรูปแบบสื่อประสมเชื่อมโยงหลายมิติบนเว็บไซน์ โดยพนักงานอื่นสามารถเรียกใช้งานได้จากเว็บบราวเซอร์
กรณีศึกษาจริง
American General Insurance: เดินน่าไปกับระบบเร่งรัดการขายอัตโนมัติ
ตอบคำถามกรณีศึกษา
1.             ทรัพยากรบุคคล ได้แก่ ผู้ใช้งานทั้งหมด เช่น นักวิเคราะห์ระบบ ทรัพยากรฮาร์ดแวร์ เป็นอุปกรณ์กายภาพและวัตถุดิบที่ใช้ในการประมวลผลสาระสนเทศ เช่น คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ทรัพยากรซอฟต์แวร์ เป็นชุดคำสั่งในการประมวลผลทั้งหมด ที่เรียกว่า โปรแกรม ทรัพยากรข้อมูล เป็นมากกว่าวัตถุดิบ เป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งขององค์กร และทรัพยากรเครือข่าย เรือข่ายสื่อสารโทรคมนาคม เช่น สื่อการติดต่อสื่อสาร
2.             กิจกรรมที่สำคัญของระบบสาระสนเทศ คือ การควบคุมการปฏิบัติการของระบบในระบบสาระสนเทศจะเกิดผลป้อนกลับของข้อมูลเข้า การประมวลผล ข้อมูลออก และการบันทึกข้อมูล ผลป้อนกลับจะสังเกตและประเมินผลการปฏิบัติการของระบบและจะปรับปรุงให้เหมาะสม
3.             การเก็บสาระสนเทศการขายทั้งหมดลงในฐานข้อมูลที่เครื่องแม่ข่าย ทำให้ผู้จัดการสามารถเข้าถึงสาระสนเทศที่ทันสมัยได้มากกว่ารายงายรายสัปดาห์ที่ได้รับอยู่ ซึ่งไม่ได้สาระสนเทศที่จำเป็นต่อการเร่งรัดการขายและลงลึกถึงผลงานของพนักงาน ขายเป็นรายบุคคล บริษัทได้พัฒนาแบบฟอร์มการให้บริการลูกค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ง่ายต่อการใช้งาน
นางสาววรรณดี สองศรี สาขา การจัดการ 3/2 เลขที่ 1

สรุปเนื้อหาบทที่ 3 การแก้ปัญหาทางธุรกิจด้วยระบบสาระสนเทศ

สรุปบทที่ 3 การแก้ปัญหาทางธุรกิจด้วยระบบสาระสนเทศ
แนวคิดเชิงระบบเพื่อการแก้ปัญหา
          เป็นระบบที่จะช่วยพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดีเพื่อตอบคำถามนี้ นี่คือกระบวนการแก้ปัญหาที่เรียกว่า แนวคิดเชิงระบบ การวิเคราะห์คามิลอทมิวสิค คามิลอทได้เผชิญหน้ากับปัญหาทางธุรกิจ จากการตัดราคาในการขายซีดีอย่างรุนแรงพวกเขาได้จัดการปัญหานี้ด้วยการใช้กลยุทธ์การตั้งราคาขายที่ไม่ตายตัว โดยจะตั้งราคาตามสถานการณ์การแข่งขันของแต่ละสาขาและความถี่ในการซื้อของลูกค้าแต่ละราย
แนวคิดเชิงระบบ
          จากการคิดค้นของบริษัทวิจัยการตลาดของNFO โดยใช้เครื่องมืออำนวยความสะดวกในการสนทนาบนอินเทอร์เน็ตของ Talk City ซึ่งจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีสาระสนเทศช่วยในการทำงานชองกลุ่มเป้าหมายออนไลน์ช่วยในการพัฒนาสินค้า ช่วยสนับสนุนด้านลูกค้าหรืองานอื่นๆ ระบบสาระสนเทศบนอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันและเพิ่มบทบาทในธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจทุกประเภทปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในขั้นตอนการทำงานของธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น
กำหนดปัญหาและแนวทางการแก้ไข
            ถูกกำหนดให้เป็นขั้นตอนแรกของแนวคิดเชิงระบบ ปัญหาสามารถให้คำจำกัดความได้ว่าเป็นภาระพื้นฐานที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ แนวทางแก้ไขคือ ภาวะพื้นฐานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
การคิดอย่างเป็นระบบ
            ทำให้เข้าใจปัญหาและโอกาสในการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด ปีเตอร์ เซนก์ กฎข้อที่ 5 ว่าการจัดการคิดอย่างเป็นระบบไปพร้อมกับกฎข้ออื่นๆ ได้แก่ การควบคุม การไม่อคติและไม่ท้อแท้ การแบ่งบันวิสัยทัศน์ร่วมกัน การเรียนรู้เป็นทีมงาน ช่วยเติมเต็มความสามารถของบุคคลและความสำเร็จในธุรกิจของโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
การพัฒนาทางเลือกในการแก้ปัญหาอื่นๆ มีแนวทางในการแก้ปัญหาหลายวิธี อย่าใช้วิธีการแก้ปัญหาเพียงวิธีเดียว
การออกแบบและนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาไปใช้จริง โดยอาศัยผู้ใช้เจ้าหน้าที่เทคนิค เพื่อช่วยในการออกแบบรายระเอียดและการนำไปใช้ ดังนั้น การออกแบบรายระเอียดและแผนการนำไปประยุกต์ใช้สำหรับระบบการส่งเสริมการขายด้วยคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย
-                   ประเภทและแหล่งของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ต้องจัดหาสำหรับพนักงานขาย
-                   ขั้นตอนในการสนับสนุนระบบการขายใหม่
-                   การฝึกอบรมพนักงานขายและพนักงานอื่นๆ
-                   การปรับระบบเดิมเข้าสู่ระบบใหม่และกำหนดตารางเวลาในการนำไปใช้จริง
การประเมินหลังการนำไปใช้
           ขั้นตอนสุดท้ายของแนวคิดเชิงระบบ คือการตระหนักว่าแนวทางแก้ปัญหาที่นำไปใช้อาจล้มเหลวได้ ดังนั้น ควรจับตามองและประเมิน เรียกว่า กระบวนการทบทวนหลังการนำไปใช้
วงจรการพัฒนาระบบ
            เมื่อแนวคิดเชิงระบบเพื่อการแก้ปัญหาได้ถูกประยุกต์สู่การพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาด้านธุรกิจด้วยระบบสาระสนเทศ
การศึกษาความเป็นไปได้
           เนื่องจากกระบวนกาพัฒนาระบบสาระสนเทศมีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการสำรวจระบบในการศึกษา เรียกว่า การศึกษาความเป็นไปได้ เป็นการศึกษาขั้นต้นเพื่อสืบค้นหาความต้องการของสาระสนเทศในมุมมองของผู้ใช้และหาข้อสรุปของแหล่งข้อมูลที่ต้องการ ราคา ผลประโยชน์ที่จะได้รับและความเป็นไปได้ของโครงการ
-                   เป้าหมายของการศึกษาความเป็นไปได้ขององค์กร คือ ระบบสาระสนเทศที่เสนอมานั้นเข้ากันได้ดีเพียงใดกับวัตถุประสงค์ขององค์กรและแผนกลยุทธ์ด้านระบบสาระสนเทศ
-                   ความเป็นไปได้ทางเทคนิค แสดงถึงความน่าเชื่อถือของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่สามารถทำตามความต้องการของระบบที่นำเสนอได้
-                   ผลประโยชน์เชิงรูปธรรม เป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เช่น การลดของค่าจ้าง
การวิเคราะห์ระบบ
            เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องการพัฒนาระบบงานใหม่อย่างรวดเร็วหรือเกี่ยวข้องกับโครงการระยะยาวคุณจะต้องจัดทำกิจกรรมเบื้องต้นของการวิเคราะห์ระบบที่ขยายผลมาจากการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งจะใช้เป็นฐานการออกแบบระบบสาระสนเทศใหม่
การวิเคราะห์องค์กร
             เป็นก้าวแรกที่สำคัญของการวิเคราะห์ระบบ จะปรับปรุงระบบสาระสนเทศต้องรู้เรื่องรายระเอียดของหน่วยธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงลงไปหรือกลุ่มผู้ใช้ที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงหรือจัดทำระบบใหม่ตามที่ได้วางแผนไว้
การวิเคราะห์ระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
           สิ่งสำคัญที่จะต้องศึกษาคือระบบเดิมที่จะปรับปรุงหรือถูกแทนที่วิเคราะห์การใช้ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่ายและบุคลากร เพื่อจะทำการถ่ายทอดข้อมูลเดิมไปสู่ระบบใหม่
การวิเคราะห์ความต้องการในการใช้งาน
-                   ความต้องการด้านส่วนติดต่อกับผู้ใช้ การส่งข้อมูลของผู้ใช้ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากระบบสาระสนเทศ
-                   ความต้องการด้านกระบวนการ รับข้อมูลเข้าเพื่อประมวลผลและแสดงผลลัพธ์ออกมา
-                   ความต้องการในด้านการจัดเก็บ การจัดการเนื้อหา ขนาดฐานข้อมูล เป็นต้น
-                   ความต้องการในด้านการควบคุม ความถูกต้อง ความเป็นไปได้ ความปลอดภัย เป็นต้น
การออกแบบระบบ
             จะกำหนดว่าระบบจะทำอย่างไรเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้ ประกอบด้วยกิจกรรมในการออกแบบ ซึ่งกำหนดคุณสมบัติที่ต้องการใช้งานที่ต้องการตามขั้นตอนในการวิเคราะห์ระบบ
 ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ ข้อมูลและกระบวนการออกแบบ
การออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้มุ่งเพื่อสนับสนุนการทำงานระหว่างผู้ใช้และระบบงานของคอมพิวเตอร์ นักออกแบบต้องออกแบบที่ดึงดูดใจและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ใช้ในการนำเข้าและแสดงผล
การออกแบบข้อมูล
เน้นการออกแบบโครงสร้างของไฟล์และข้อมูลสำหรับใช้ในระบบสาระสนเทศที่วางแผนไว้ ให้รายละเอียดในเรื่องของ
-                   ลักษณะประจำหรือลักษณะเฉพาะของเอนทิตี
-                   ความสำพันธ์แต่ละเอนทิตีที่มีต่อกัน
-                   กำหนดส่วนประกอบของข้อมูลย่อย
-                   กฎบูรภาพซึ่งจัดการแต่ละข้อมูลย่อยในการกำหนดและการนำไปใช้
กระบวนการออกแบบ  เน้นเรื่องการออกแบบทรัพยากรซอฟต์แวร์ ที่เป็นที่นิยมจะใช้ Three-tier
การกำหนดรายระเอียดของระบบ
 หมายถึง วิธีการออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้ของระบบงาน โครงสร้างของฐานข้อมูล การประมวลผล และการควบคุมขั้นตอนการทำงาน
การสร้างต้นแบบ
           เป็นพัฒนาการที่รวดเร็วและเป็นการทดสอบการทำงานของแบบจำลองหรือต้นแบบของระบบงานใหม่ในการโต้ตอบและกระบวนการทำซ้ำประโยกคำสั่งในโปรแกรมที่เรียกว่าการรวนรอบ
กระบวนการสร้างต้นแบบ
           สามารถใช้ได้ทั้งกับระบบงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ระบบขนาดใหญ่มีความต้องการในการใช้การพัฒนาจากระบบแบบเดิมต้นแบบของระบบงานด้านธุรกิจที่เกิดจากความต้องการจากผู้ใช้จะช่วยให้การพัฒนาดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำซ้ำ
การใช้งานระบบสาระสนเทศใหม่
           ถาระกิจในการนำระบบไปใช้จริง เกี่ยวข้องกับการซื้อฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และบริการ การพัฒนาหรือดัดแปลงซอฟต์แวร์ การฝึกอบรมผู้ใช้ การทำเอกสารของระบบ การโอนระบบเก่า ต่อไป
การบำรุงรักษาระบบสาระสนเทศ
          เป็นขั้นตอนสุดท้ายของวงจรการพัฒนาระบบ เกี่ยวข้องกับการสำรวจ ประเมินและปรับเปลี่ยนระบบเพื่อให้เป็นตามที่ต้องการหรือที่จำเป็น
อ้างอิง
             จากเอกสารประกอบการเรียนวิชา ระบบสาระสนเทศเพื่อการวางแผนทางการบริหาร อาจารย์ ทาริกา รัตนโสภา
นางสาววรรณดี สองศรี สาขา การจัดการ 3/2 เลขที่ 1